หลังจากที่จบ ป.ตรี มา เหมือนชีวิตจะดีขึ้นมาหน่อย (งั้นเหรอ?) เรียนจบ ป.ตรี ไม่เรียนต่อ ป.โท ก็หางานทำ สำหรับกวางนั้น เลือกทำงานก่อน เพราะถ้าจะเรียนต่อจริง ๆ คิดไว้ว่า ขอมีประสบการณ์การทำงานสัก 2-3 ปีก่อนดีกว่า และการเดินสายสมัครงานก็เกิดขึ้น

 

เมื่อก่อนคิดว่า มันง่ายเอามาก ๆ กะอีแค่หางานทำเนี้ยนะ อืม..และแล้วก็เจอกับความเป็นจริง 

 

ถ้าเอาเรื่องจริง กวางไม่คิดจะหางานหลังจากเรียนจบเลย...กะจะเริ่มหลังจากนั้น 2-3 เดือน แบบว่า อยากพักผ่อนหาความสุขใส่ตัวบ้างอะไรบ้าง แต่แล้วก็อดรนทนไม่ไหว เนื่องจากเพื่อนในคณะถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์ถี่มาก จนทำให้ปฏิกิริยากวางตอบสนองทันทีว่า "เฮ้ย ไม่ได้แล้วนะ ต้องลองหาบ้างดีกว่า" จนแล้วจนรอดก็เริ่มหางาน หลังจากเรียนจบได้เพียง 1 สัปดาห์

 

กวางคิดว่า เกียรตินิยม มันช่วยในการหางานได้เยอะมากมาย...แต่ในความเป็นจริงแล้ว แทบไม่มีผลใด ๆ เลย ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่มาจากตัวเราเองทั้งนั้น

 

ยิ่งไปกว่านั้น งานสายไอที (กวางไม่รู้ว่าสายอื่นเป็นยังไงหรอกนะ) ต้องมีการทำข้อสอบกันก่อน เป็น step แรกก่อนถูกเรียกสัมภาษณ์ ประมาณว่า ถ้าทำ test ไม่ได้ ก็อย่าหวังที่จะถูกเรียกสัมภาษณ์นั่นเอง และนี่มันทำให้กวาง -- เหวอ -- ใครจะคิดว่า เรียนจบแล้ว จะเข้าสู่วัยทำงาน ยังต้องมานั่งอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้าสัมภาษณ์ ด่านแต่ละด่านช่างยากเย็นเหลือเกิน

 

ออ จริงสินะ ก่อนอื่นสิ่งที่สำคัญมากมายคือ resume มันสิ่งดึงดูดมากกว่า -- เกียรตินิยมอันดับใด ๆ -- ซะอีก กวางปรับปรุง resume นับครั้งไม่ถ้วน อะไรนิดอะไรหน่อยก็เขียนก็ใส่ลงไป ยิ่งสำหรับนักศึกษาจบใหม่แล้วละก็..จะมีอะไรเขียนมากมาย ด้วยตัวกวางเอง กิจกรรมก็เข้าร่วมบ้าง ไม่มากมาย ครั้นจะเอาเกียรติประวัติในการเรียนอย่างเดียว มันก็เหมือนเด็กเรียนจนเกินไปไม่อย่างนั้นอย่างโน้น โอ้ยหลายเรื่องจริง ๆ 

 

ที่ยากที่สุดคือ -- expected salary -- มันเป็นแค่ตัวเลขไม่กี่หลักที่ทำให้กวางยุ่งยากมากมาย จากคำบอกเล่าจากเพื่อน ๆ ต่างก็สนับสนุนกวางในการบรรจุตัวเลขที่เป็นมาตรฐาน (ของคุณเพือน ๆ) บวกกับผลการเรียนและอื่น ๆ ของกวางในระดับสูงเข้าไว้ก่อน แต่ด้วยความเกรงอกเกรงใจ กวางก็ปรับเปลี่ยนบ้างอะไรบ้าง แต่สุดท้ายโดนเพื่อนเอ็ด -"- (เอากับคุณเพื่อนสิ) ให้คงระดับนั้นไว้ อย่าได้เปลี่ยนแปลง และกวางก็ปฏิบัติตามต่อไป

 

ระดับการถูกเรียกไป test และการสัมภาษณ์ของกวางค่อนข้างต่ำ เนื่องด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง องค์กรที่กวางคัดสรร เป้าหมายของกวางค่อนข้างสูง (จนเกินไป) มันทำให้อัตราการเคลื่อนไหวของกวางเป็นไปได้ช้ามาก ถ้าเทียบกับเพื่อนคนอื่นที่เดินสายหางาน แต่ก็ช่างเถอะกวางก็เป็นของกวางอย่างเนี้ยน้า

 

การทำ test มันยากกว่าการทำข้อสอบตอนเรียนมาก ๆ เพราะว่ามันกว้างเอาซะไม่รู้จะเริ่มตรงไหน กวางเลยเลือกที่จะถาม hr ทุกครั้งก่อนที่จะไปทำ test เพื่อลด scope ให้เล็กลง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก เพราะยังไง ๆ ก็ต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด ต้องเก็บให้ได้มากที่สุดจากการอ่านและประสบการณ์ที่ได้เรียนมา (ยิ่งเขียนยิ่งรู้สึกเหนื่อยกับการทบทวนบทเรียนที่เคยเรียนมา)

 

จุดมุ่งหมายก็เป็นเรื่องยากมากมาย กวางยอมรับว่ากวางหวังสูง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ได้ด้วยเช่นกัน องค์กรที่กวางหวังไว้ คนในวงไอทีน่าจะรู้จัก กวางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงต้องเป็นที่นี่ แต่ใจมันไปแล้วครึ่งนึง เหลือแค่ว่าจะเป็นจริงหรือเปล่าเท่านั้นเอง ซึ่งทุกคนรอบข้างกวาง ต่างก็บอกกับกวางว่า "ได้อยู่แล้ว"

 

และนี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้กวางเครียดมากพอสมควรเรื่องนึง เพราะช่วงนี้กวางเครียดกับการไม่มีงานเอามาก ๆ ถึงขั้นลงกระเพาะกันเลยทีเดียว กวางก็รู้ตัวเองนะ ว่าเครียดเอามาก ๆ เพราะได้รับข่าวจากเพื่อน ๆ ทีละคน ๆ ว่าได้งานทำกันแล้วบ้างอะไรบ้าง...อืม..."แล้วฉันล่ะ บ้าที่สุด"

 

กวางเริ่มเครียด ทางบ้านก็บอกว่า "กลับบ้านดีกว่ามั้ย ไม่ต้องหาหรอกงาน เลี้ยงมาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว ทำไมจะเลี้ยง (หรือเกาะ) ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้" -- ใคร ๆ ที่ได้ยินแบบนี้ อาจจะ รู้สึกดีนะ ที่ไม่ต้องหางานแล้วกลับไปอยู่บ้าน เกาะพ่อแม่กิน (ว่างั้น) มันก็ดีนะ สบายออก แต่ด้วยนิสัย (สันดานนี่แหละ) ของกวาง "ไม่เอาง่ะ ไม่อยากกลับไปแบบผู้แพ้ จะต้องหางานให้ได้แล้วก็ดีด้วย"กวางก็ไม่ใช่คนดีอะไร แต่กับเรื่องนี้กวางค่อนข้างทิฐินะ แม่บอกว่า "คนอื่นไม่มีงานอยู่บ้านกันเยอะแยะ" กวางก็ตอบกลับไปว่า "ทำไมต้องเป็นกวางด้วยล่ะ กวางไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้นสักหน่อย"

 

หลายครั้งหลายคราว บทสนทนากับแม่ มักลงท้ายด้วยการร้องไห้ของกวาง มันเครียดนักเพราะตัวกวางเองนี่็แหละ กวางรู้ตัวดี แม่ก็พยายามสุดฤทธิ์เลยนะ พูดปลอบใจบ้าง บางทีแม่คงหงุดหงิดกับนิสัยของกวาง ก็มีวีนกลับมาบ้าง เพราะกวางเริ่มประสาทกิน พูดจาเริ่มไม่รู้เรื่อง แม่เลยอดไม่ไหว -"- พ่อก็พูดว่า "กลับมาก็ได้ ส่งให้เรียน เลี้ยงมาจนโต เลี้ยงต่อไปอีกเรื่อย ๆ ได้" นั่นก็ยิ่งทำให้กวางรู้สึกแพ้ไม่ได้...ไม่ยอมกลับบ้านโดยไม่มีงานทำเด็ดขาด

------

ก่อนอื่น..กวางขอขอบคุณสำหรับความคิดเห็นทุก ๆ ความคิดเห็นนะคะ ขอบคุณกับคำอวยพรด้วย

 

ณ ตอนนี้กวางพยายามทำใจ..คิดบวกอย่างถึงที่สุดค่ะ รู้สึกตัวเล็ก ๆ ว่า นอกจากตัวกวางเองจะเครียดแล้วพาลทำให้ร่างกายแย่แล้ว...พ่อกับแม่ ก็มีท่าทางตระหนกไปด้วย ยิ่งรู้ว่า ลูกสาวตัวเองเครียดเอามาก ๆ จนลงกระเพาะ นอนไม่หลับ ไมเกรนกันทุกวัน สุดท้ายแล้วผลก็ตกอยู่ที่ตัวกวางหมดเลย..สุขภาพจิตก่อให้สุขภาพกายทรุดอย่างแรงเลย

 

ณ เวลานี้ กวางก็หางานเรื่อย ๆ ไม่หยุด ระหว่างรอผลสัมภาษณ์จากองค์กรที่กวางคาดหวังเอาไว้ค่ะ จะพยายามไม่คิดเอาเสียงรอบข้างมากดดัน (จะพยายามให้ถึงที่สุด) กวางรู้ว่าพูดว่าจะพยายามมันพูดได้ แต่ตัวกวางเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะทำได้หรือเปล่า ก็คิดเข้าข้างตัวเองไว้ว่า "ทำได้"

 

และผลมันจะเป็นอย่างไรก็จะพยายามรับมันให้ได้ ทางออกกวางตอนนี้คือ ไหว้พระ นั่งสมาธิค่ะ -"- ช่วยได้ระดับนึงเลย จิตใจไม่หมกหมุ่นวุ่นวายเท่าที่ควร มีคิดมากบ้างก็ช่วงสั้น ๆ 

 

ขอบคุณทุก ๆ ท่านนะคะ ^^Y

------

Comment

Comment:

Tweet

อย่าเครียดเกิืนไปครับ
ทำใจสบายๆ คิดบวกได้บวก ดึงดูดบวกครับ
แต่ต้องทำด้วยความกระตือรือร้น แล้วก็อย่าท้อครับ

การหางานมันเป็นรสชาติของชีวิตครับ
ทุกคนที่มีงานเคยผ่านมาแล้วครับ
ถ้าสัมภาษณ์เยอะๆ สอบเยอะๆ จะมีที่ๆต้องการเราเองครับ

งานมีทุกที่ครับ ถ้าไม่เลือก แต่หากคิดว่าจะเลือกต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเองครับ ซึ่งหลังจากลองสมัครดูหลายๆที่ก็จะทราบเองครับว่าตัวเองอยากไปอยู่จุดไหนของธุรกิจ IT ที่เรียนมาครับ สำคัญคือต้องประเมินตัวเองตลอดนะครับ ไม่ว่าจะได้งานแล้วหรือไม่ก็ตาม ไม่งั้นเราจะอยู่จุดที่ไม่ควรจะอยู่

ขอให้ได้งานเร็วๆและถูกใจนะครับ

#4 By Elta_kung on 2010-06-12 15:50

ไม่เห็นจำเป็นจะต้องกดดันตัวเองให้ทุกข์ขนาดนั้นก็ได้นี่ครับ เพื่อนๆที่หางานได้ก่อน อาจจะได้บริษัที่ไม่ดี เจ้านายเคี้ยว เพื่อนร่วมงานงี่เง่า และอะไรหลายๆอย่างที่แย่ๆก็ได้นะ ค่อยๆหาค่อยๆเลือกครับ เราอาจจะได้งานช้ากว่าเพื่อน แต่ใช้เวลาในการเลือกในการพิจารณาแล้วอาจจะได้สิ่งทีดีกว่าคนอื่นก็ได้นะ เหมือน ช้าๆได้พร้าเล่มงาม ไง
ต่างจากผมนะ ออกมาทำงานตอนอายุ 17 แล้วเพิ่งมีโอกาสได้เรียนมหาลัยตอนอายุ 22 ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ตอนทำงานกลับต้องมากดดันตัวเองต้องรีบเรียนให้จบไวไว ตอนนี้เรียนจบมหาลัยมาหลายปีแล้วก็ยังต้องดิ้นรนเรื่องงานต่อไป ตอนนี้ก็เป็นฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์อยู่ แต่กำลังหางานประจำทำ สู้ๆค๊าบ surprised smile
เห็นใจครับ รุ่นน้องผมก็ยังหางานทำไม่ได้ แถมยังแบกความหวังของครอบครัวไว้ด้วย ก็เลยเครียดมาก
แต่ทุกอย่างมันมีทางออกทั้งนั้นแหละครับ อย่าได้วิตกไปมากนัก ลองหนุดพักแล้วคิดช้าๆครับ บางครั้งเราผูกมัดระหว่างปริญญากับงานที่ต้องทำเกินไป ลองมองงานอื่น บ้างครับ ให้โอกาสงานสาขาอื่นบ้าง บางทีอาจได้งานที่ทำแล้วมีความสุขมากๆก็เป็นได้ครับ
(ปล. ขอให้โชคดีครับ ผมเองทำงานซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับปริญญาแม้แต่น้อยแต่ผมแฮปปี้สุดๆครับ)

#2 By Flashez Diary Y ของผม on 2010-06-12 13:43

เหมือนกันเป๊ะ ทั้งสภานการณ์และคำพูดของผู้ปกครอง แตกต่างที่ ของเรา เป็นตกงานรอบ 2 55+ ให้กำลังใจนะ ขอให้ได้งานไวไวจร้า

#1 By คนธรรมดา on 2010-06-12 13:20